หมวดหนังสือ
17 กระทู้
หนังสือรวมเรื่องสั้นที่ถ่ายทอดผลกระทบจากปิตาธิปไตยในสังคม ออกมาในรูปแบบวรรณกรรมที่จิกกัด แฟนซีและทำงานทางด้านจิตใจ อ่านจนจบก็ทำให้กลับไปคิดต่อว่า หรือความเป็นจริง มนุษย์ที่ได้รับผลกระทบของปิตาธิปไตย ไม่ได้เกี่ยงว่าเป็นเพศไหน บริบทสังคมแบบไหนหรืออายุเท่าไหร่ หนังสือเล่มนี้ให้มุมมองของคนในสังคมที่มีความเทาๆ ไม่ขาวไม่ดำ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และรู้สึกเกลียดขึ้นมาในเวลาเดียวกัน กลับกัน ก็สื่อสารค่านิยมในเรื่องความเป็นผู้นำ บรรทัดฐานของผู้มีอำนาจในแต่ละระดับและอายุ ซึ่งแต่ละบท ขมวดตอนจบได้ค่อนข้างดี สมบูรณ์แบบในแบบที่ไม่เกรงใจคนอ่าน ส่วนตัวชอบกลอนในบทส่งท้ายมากกก เหมือนเป็นการสรุปเรื่องสั้นทั้งหมดที่อธิบายความเป็นปิตาธิปไตยให้จำลึกเข้าไปในใจ จนรายละเอียดบางอย่างก็ทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมขณะที่อ่านอยู่ โดยรวมเป็นหนังสือที่ดีทั้งในเชิงความอ่านง่าย อ่านติดมือ มือใหม่ที่ไม่ได้คุ้นชินกับวรรณกรรมเรื่องสั้นก็น่าจะต่อมันติด งานอาร์ตทั้งปกและรายละเอียดในเล่มก็สื่อสารไปในทิศเดียวกันกับหนังสือ (ส่วนตัวชอบมากกก) ปล. แต่ละตอนจะติด trigger warning เพราะเนื้อหาค่อนข้าง intense เลือกอ่านเฉพาะตอนที่ไหวได้ เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน
ยังไม่เคยอ่าน the housemaid ผู้โด่งดัง แต่โดดมาอ่านอันนี้ก่อนเพราะเห็นว่าจบภายในเล่มเดียว ไม่ต้องอ่านเป็น trilogy เรื่องย่อสั้น ๆ คือ ยัยบรูค เคยมีแฟนเก่า รักเอยเตยหอม ระเบิดระเบ้อ เสียวด้วย สมัยไฮสกูล ชื่อเชน แล้ว !!!!! เชน ก็ พยายามฆ่าชี ในคืนคืนหนึ่ง !!!!! (แถมยังไข่ทิ้งด้วย) จนบรูคมามีชีวิตใหม่ ที่เมืองใหม่ เป็นพยาบาลสาว ณ เรือนจำความมั่นคงสูง ชีดันได้เจอ หลัวเก่า !! เชน !! ไอค่าตะกอน !!!!! แต่... เค้าเป็นคนที่พยายามจะฆ่าเธอในวันนั้นจริง ๆ รึเปล่านะ ประมาณนี้ เรื่องก็จะดำเนินแบบ non-linear สลับอดีต-ปัจจุบัน โดยชีวิตของนางเอกก็จะมีแต่ผู้ชาย ผู้ชาย ละก็ผู้ชาย มาวอแววุ่นวายอยู่สองคน เป็นทริลเลอร์ที่แอบน่ารำคาญ เพราะตัวละครบรูค โลเล ประหลาด ๆ เชื่อคนง่าย แอบโง่ คือเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์คง traumatized จิตใจ แต่ก็นั่นแหละนะ ไม่รู้จะว่ายังไง ในแง่ของความลุ้น ความ เฮ้ย ใครฟะ เอยใด ก็ให้คะแนนสูงนะ แต่ตัวละครหลักคือน่ารำคาญเหมือนตอนดูหนังผีที่แก๊งตัวเอกโง่ ๆ เลยหละ จบ ชอบการพลิกไปพลิกมา และชอบตอนจบมาก 5555555 แบบจบเลย คิดว่าน่าจะมีคนชอบเหมือนกัน นักเขียนนี้น่าจะชอบ plot twist ถือว่าเข้าท่าใช้ได้ แค่ต้องทนกับยัยบรูค ยัยบรูค และ ยัยบรูค!!!!!!!! จบ
ลีออน-ทิฟฟี่ แชร์ห้องด้วยกัน แต่ไม่เคยพบหน้ากันเลย เพราะต่างคนต่างก็ทำงานกันคนละเวลา ลีออนเป็นบุรุษพยาบาลทำงานกะดึก ส่วนทิฟฟี่เป็นผู้ช่วย บ.ก. ทำงาน 9-5 สนทนากันผ่านโพสต์อิท ไม่คิดว่าจะได้มาป๊ะกัน แต่ก็ป๊ะกันจนได้ และความรู้สึกดี ๆ ก็เริ่มต้นขึ้น - แอบเข้าโทร้ปแบบ forced proximity ในลักษณะแปลก ๆ (เพราะแทบไม่เจอกันเลยช่วงแรก 555555) มีความน่ารัก อ่านแล้วยิ้มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แน่ใจว่าเวอร์ชันแปลไทยเป็นยังไง แต่ต้นฉบับอ่านง่าย ศัพท์ไม่ทื่อ แต่ก็ไม่เว่อวังอลังการ เนื้อเรื่องสนุก ไม่หลวมเกิน ชอบความสัมพันธ์ของตัวละคร ทั้งทิฟฟี่-เพื่อน ๆ ทิฟฟี่ ทิฟฟี่-ลีออน ลีออน-น้องชาย แต่ละคนมีปมให้แก้ และมีคนอยู่คอยช่วยแก้ เลิฟไลน์กุ๊กกิ๊กน่ารัก สไตล์ Sleepless in Seattle แต่ไม่มี micro-cheating (สำหรับเรา) เป็นรอมคอมที่ชอบที่สุดของปีนี้ตั้งแต่อ่านมา แนะนำสำหรับสายรอมคอม และคนที่อยากคลายเครียดในชีวิต ฮี่ฮี่ ป.ล. มีสร้างเป็นซีรีส์ด้วย แต่ไม่อยากดูเพราะตัวละครดูแคสต์มาไม่ตรงเลย T _ T ค่อนข้างเฟล แต่ใครดูแล้วมากระซิบ ๆ กันได้ค่ะว่าเป็นยังไง
เป็นอีกเล่มที่ชอบการเล่าเรื่องและลำดับเหตุการณ์ของอ.เคโงะเลยล่ะ เปิดเรื่องมาก็เปิดต่อมอยากรู้ทันที แล้วถึงค่อยๆ เล่าปูเรื่องมาแบบเรื้อยๆ ช่วงแรกอาจจะยังไม่ตื่นเต้น เนือยๆ หน่อย แต่พอกลางๆ เรื่องที่เริ่มเผยมาทีละนิดทีละบทไปก็เริ่มวางไม่ลง มันอยากรู้ต่อไปอีกว่าแล้วยังไงต่อ สรุปยังไง ทำให้เราอยากอ่านต่อแต่ไม่ได้ถึงขั้นตื่นเต้นเร้าใจ ฟิลแบบอยากรู้มากกว่าว่าแล้วไงต่อ ด้วยความที่ตัวเอกการดำเนินเรื่อง เขาถูกทำร้ายทำให้เสียความทรงจำไปบางส่วน ซึ่งความทนงจำนั้นมันดันเป็นอุบัติเหตุที่เขาขับรถชนผู้หญิงคนหนึ่งตุยไป! เนื้อเรื่องมันเลยชวนสงสัยไปพร้อมกับตามหาความทรงจำที่ตัวละครเขาค้างคาใจ (ผู้อ่านก็คาใจ) เลยจะค่อยๆ เผยเรื่องราวไปทีละเล็ก โดยรวมถือว่าสนุกเลย ชอบการลำดับเหตุการณ์และการเล่าเรื่อง การสอดแทรกประเด็นสังคม และปิดท้ายให้เราคบคิดว่าทำไมตัวละครในเรื่องถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งเราชอบนะ แต่ก็มีจุดที่ทำให้ชวนเอ๊ะในเรื่องความเมคเซ้นของตัวละครตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมาก แล้วการดำเนินบางช่วงทำให้รู้สึกง่วงไปบ้าง
ถึงจะบอกว่าสปอยล์แต่ก็ไม่ได้สปอยล์เนื้อหาแบบละเอียด เพียงแต่ว่าถ้าจะรีวิวแบบจริงใจคงต้องพูดถึงบริบทนิดหน่อย😓 นิยายเรื่องรักแรกเป็นนิยายรักญี่ปุ่น เคยไวรัลอยู่แปบ ๆ ในโลกออนไลน์ ก็เลยซื้อมาอ่านตามกระแสสักหน่อย ถ้าให้รีวิวแบบตรง ๆ เลยคือระหว่างเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนถึงก่อนจะจบเนี่ยรู้สึกว่ามันเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรหวือหวาก็คือเป็นนิยายรักธรรมดา มีปมให้เอะใจอะไรบ้าง ภาษาการแปลก็โอเค อ่านลื่นไม่ขัดตา แต่ว่าจุดที่มันทำให้หนังสือเล่มนี้ไวรัลเนี่ยก็คือเค้ารีวิวกันว่าตอนจบพีคมาก หักมุมสุด ๆ แต่พอเราอ่านจบคำถามแรกคือ อะไร? 5555555 เลยต้องไปหาอ่านที่คนตีความกัน สุดท้ายก็เลย โอเคถ้าจะให้มันพีคมากเนี่ยเราต้องเข้าใจบริบทแล้วก็วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น แต่พอเราอ่ะไม่ได้อยู่กับวัฒนธรรมญี่ปุ่นขนาดนั้นมันเลยทำให้สุดท้าย ตอนช่วงจบเลยแอบกร่อยไปหน่อย รู้งี้คงจะหาดูซีรีย์ญี่ปุ่นเยอะ ๆ
ความน่าสนใจอย่างแรกคือนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกที่ขาวมายันได้ครองโลกแทนชาวผิวขาวหรือชาวเอเชียเหมือนในนิยายแนวดิสโทเปียทั่วๆไป ความน่าสนใจอย่างที่สองคือนิยายเรื่องนี้เต็มไปด้วยหลักปรัชญาการปกครองและเสียดสีระบบชนชั้นที่อ่านแล้วก็ยังรู้สึกเข้ากับบริบทโลกปัจจุบันแม้ว่านิยายเรื่องนี้จะถูกเขียนมาเกือบ 80 ปีแล้ว ส่วนตัวให้เรื่องนี้ < 1984 < ยูโทเปีย ทั้งในเชิงของการเล่าเรื่องและหลักปรัชญา
ไหน ๆ รีวิวรุ่นลูกแล้วก็ต้องมีรุ่นพ่อ ในบรรดานิยายชุดจุฑาเทพเรายกให้รณพีร์สนุกสุดค่ะ เป็นเล่มที่กลับมาวนอ่านซ้ำบ่อยมาก ทั้ง ๆ ที่ตอนเป็นละครเราชอบดูคุณชายพุฒิภัทรมากกว่า 555555555 ถ้าใครเคยดูแบบละครมาแล้วก็จะรู้ว่าคุณชายรณพีร์มีความน้ำเน่าสุด 🤣 ด้วยเคมีนางเอกที่เป็นนักแสดงสาว อาชีพที่คนสมัยนั้นยังไม่ค่อยยอมรับ กับพระเอกที่มีเชื้อเจ้าและเป็นความหวังของตระกูลที่อยากให้แต่งงานกับเทวพรหม ด้วยส่วนผสมนี้มันเลยออกมาเป็นเรื่องราวความรักที่ดราม่ามาก ทั้งเรื่องฐานะ ทั้งเรื่องแต่งงาน ทั้งเรื่องการยอมรับจากฝั่งจุฑาเทพ บวกกับจุดเริ่มต้นมาจากพระเอกเกิดรักแรกพบ แต่นึกว่านางเอกเป็นดาราไม่ดีมาล่อลวงเพื่อนตัวเอง ไปทำความรู้จักแบบปิดบังตัวตนที่แท้จริง พอความแตกเลยโดนเข้าใจผิด ต้องตามง้อเขาอีก เอ็นดูมาก ส่วนเพียงขวัญก็นิสัยตามสไตล์นางเอกละครไทยช่วงนั้นค่ะ สวย เข้มแข็ง อดทน ไม่หวั่นไหวกับเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำ ยึดมั่นในศักดิ์ศรีไม่ยอมให้ใครมาดูถูก ยังไม่นับตัวละครอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้เรื่องนี้กลายเป็นนิยายน้ำเน่าที่สมบูรณ์แบบและสนุกสุด ๆๆๆๆ จุดหนึ่งที่ชอบคือถึงแม้จะน้ำเน่า แต่มันไม่ใช่น้ำเน่าที่พระเอกตบตีนางเอกหรือใช้ความรุนแรง แต่เป็นความน้ำเน่าเพราะความกดดันจากสังคมและครอบครัว รวมถึงความเข้าใจผิดที่มีเหตุมีผล ไม่งี่เง่า และปิดจบด้วยความรักของพระเอกนางเอกที่สุดท้ายแล้วก็ได้ลงเอยกันอย่างสวยงาม สรุป ไม่มีอะไรจะอวยแล้วค่ะ 55555555 ชอบจริง ๆ เล่มนี้ อ่านเถอะ นิยายรักพีเรียดที่คุณคู่ควร มีหมดทั้งหวานทั้งดราม่า อ่านจบก็ไปดูละคร ดูละครเสร็จก็กลับมาอ่านใหม่วนไปทุกปีเป็นวงจรค่ะ 🤣🤣
ไม่นานมานี้เหมือนจะเห็นดราม่าละครชุดดวงใจเทวพรหมผ่าน ๆ เลยนึกถึงนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ส่วนตัวเราอ่านจบตั้งแต่ก่อนละครฉาย แล้วก็ดูละครทั้งจุฑาเทพทั้งเทวพรหมค่ะ จะบอกว่าถ้าใครคิดว่าดุจอัปสรแบบละครสนุกแล้ว อยากให้ลองมาอ่านนิยายดูเพราะนักเขียนเขียนดีจริง ๆ ค่ะ แม้ว่าตัวพล็อตเรื่องจะคลิเช่มากกกกกกกก แต่ความคลิเช่และติดน้ำเน่านิด ๆ นี่แหละที่มันทำให้สนุก ความรู้สึกเหมือนย้อนไปดูละครช่องสามยุค 2000 ฟีลนั้นเลยค่ะ แบบที่พระเอกนางเอกง้องอนเข้าใจผิดกันไปมา มีอุปสรรคให้ต้องฝ่าฟัน พระเอกบ้านรวยปากร้าย กับนางเอกที่ชีวิตค่อนข้างลำบากแถมยังแบกรับอะไรมากมาย คือมันครบสูตรความคลิเช่จริง ๆ 55555555 หัก 1 ดาวเพราะเสียดายที่เคลียร์ปมเสร็จก็จบเลย ยังอยากอ่านฉากหวาน ๆ อีก แต่ยืนยันว่าของดีค่ะ ใครตามหานิยายชายหญิงยุคเก่าก่อนมีรอร หรืออยากอ่านพีเรียดบรรยายสวย อยากให้ลองอ่านกันนะคะ
รีวิว นิยายภรรยาพิการที่คุณ(ไม่)รัก อ่านจบแล้วรู้สึกอินกับเรื่องมากค่ะ เนื้อเรื่องดำเนินได้ดี อ่านเพลิน ไม่ยืดเยื้อ จุดที่ชอบคือการค่อย ๆ เผยปมและความจริงของตัวละคร ทำให้เข้าใจเหตุผลของแต่ละคนมากขึ้น แม้บางช่วงจะอึดอัดกับการกระทำของพระเอก หลายเรื่องถ้าพูดกันตรง ๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดความเข้าใจผิดยาวนานจนทำให้นางเอกต้องเจ็บปวด รู้สึกสงสารนางเอกมากที่ต้องอดทนอยู่กับความรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตน อีกทั้งตัวละครบางคนก็น่าหงุดหงิดจนอยากเข้าไปบอกให้มีสติมากกว่านี้ แต่โดยรวมยังเป็นนิยายที่อ่านสนุกและน่าติดตามค่ะ
รีวิว “หวนวันวานมารักเธอ” อ่านจบมาสักพักแล้วชอบมากค่ะ เป็นนิยายที่ตอนแรกคิดว่าจะเป็นเพียงเรื่องราวความรักทั่วไป แต่พอได้อ่านจริงกลับพบว่ามีรายละเอียดทางอารมณ์และพัฒนาการของตัวละครที่ลึกกว่าที่คิด นักเขียนบรรยายภาพ เหตุการณ์ และความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ดีมาก ทำให้อ่านแล้วเห็นภาพตาม ภาษาอ่านลื่น ไม่ยากจนเกินไป และไม่น่าเบื่อ สิ่งที่ชอบที่สุดคือการเล่าเรื่องผ่านมุมมองและความคิดของตัวละคร ทำให้เราเข้าใจเหตุผลในการกระทำของแต่ละคนได้ดีขึ้น ไม่มีตัวละครที่สมบูรณ์แบบ ทุกคนต่างมีข้อดี ข้อเสีย ความผิดพลาด และบาดแผลในใจของตัวเอง จนบางครั้งรู้สึกเหมือนได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเรื่องราวนั้นจริง ๆ แม้จะมีตัวละครที่ทำให้หงุดหงิดหรือไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังเข้าใจที่มาที่ไปของพวกเขาได้ ส่วนตัวชอบพี่จิรันมาก เป็นตัวละครที่มีมิติและเติบโตตลอดทั้งเรื่อง ความเข้มแข็ง เด็ดขาด และการใส่ใจคนรอบข้างทำให้รู้สึกอบอุ่นและน่าเอาใจช่วยมาก ๆ ขณะที่นางเอกก็เป็นตัวละครที่น่ารัก ฉลาด และรู้คุณค่าของตัวเอง แม้จะอ่อนโยนแต่ก็ไม่อ่อนแอ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ พัฒนาไปอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้คนอ่านอินและลุ้นตาม นอกจากเรื่องความรักแล้ว สิ่งที่นิยายถ่ายทอดได้ดีคือเรื่องของการให้อภัย การปล่อยวางอดีต และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปล.สำหรับใครที่ชอบนิยายอ่านง่าย พัฒนาการของตัวละคร แนะนำเลยค่ะ สนุกจริงๆ
Carmilla ถูกเขียนขึ้นในปี 1872 ก่อนนิยายแวมไพร์อมตะอย่าง Dracula ถึง 25 ปีและจัดเป็นอีกหนึ่งการปรากฎตัวครั้งสำคัญ “แวมไพร์” ในโลกวรรณกรรมนับตั้งแต่ The Vampyre นำเอา“แวมไพร์” ออกมาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1819 เรื่องราวถูกเล่าผ่านตัวละคร “ลอร่า” บุตรสาวชนชั้นสูงชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในปราสาทห่างไกลผู้คน และเมื่อเธอได้พบกับ “คามิลล่า” สตรีลึกลับผู้มาเยือนความเหงาของเธอ+มารยาของผีดูดเลือดสาวก็พาให้หัวใจเธอไปตกอยู่ในเงื้อมือของแวมไพร์สาวตัวร้ายจนแทบกู่ไม่กลับ Tldr: นิยายยูริจากศตวรรษที่ 19 ที่หยิบมาอ่านทุกวันนี้ก็ยังฟินได้พอกรุบกริบไม่ตกยุค ถ้าใครสนใจก็สามารถไปหาอ่านฟรีกันได้เนื่องจากนิยายเรื่องนี้ถือเป็น public domain แต่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดนะ ส่วนฉบับภาษาไทยเองก็หาซื้อได้เช่นกัน
ภายใต้พลอตเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกๆว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฮิตเลอร์ฟื้นขึ้นมาในศตวรรษที่ 21 กลับกลายเป็นเรื่องตลกร้ายไปเสียซะอย่างงั้น ตัวละครของฮิตเลอร์ในเรื่องนี้ไม่ได้ถูกเขียนออกมาให้ดูเป็นคนโง่ เกรี้ยวกราด และไร้เหตุผล เป็นตัวร้ายหนึ่งมิติดาษๆเหมือนในเรื่องอื่นๆ ฮิตเลอร์คนนี้มีทัศนคติ แนวคิด และความเฉียบคม เหมือนกับฮิตเอร์ในประวัติศาสตร์จริงๆ ซึ่งน่ากลัวและร้ายกาจมากกว่าฮิตเลอร์ที่ถูกแต่งขึ้นมาแบบตื้นๆอย่างเทียบไม่ติด หลังจากอ่านแล้วรู้สึกว่าเหมือนกำลังอ่านอัตชีวประวัติของฮิตเลอร์ในศตวรรษที่ 21 มากกว่านิยายเรื่องหนึ่งเสียอีก
Tender is the flesh - มนุษย์พร้อมกิน TW: ไม่รู้จะใส่อะไรดี ถ้ากลัวว่าจะมี tw อะไรบ้างแนะนำให้ข้ามไปเลย โหดแบบ 18+ ไม่เหมาะกับคนจิตอ่อน เป็นประสบการณ์การอ่านหนังสือที่อึดอัดโคตรๆ ไม่เคยต้องหยุดอ่านหนังสือเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจมาก่อน ความโหดของหนังสือเล่มนี้มันไม่ได้มาจากการบรรยายว่าคนโดนเชือดไส้ไหลเครื่องในทะลักแล้วโดนจับกินยังไง แต่มาจาก world setting ที่มีระบบการเชือด “มนุษย์“ แบบ industrial และการเลี้ยงมนุษย์ที่เป็น ปศุสัตว์แบบปศุสัตว์จริงๆ เป็นมนุษย์ที่หน้าตาเหมือนมนุษย์แต่มีจิตใจเป็นสัตว์ รวมไปถึงระบบสังคมที่การกินเนื้อมนุษย์เป็นเรื่องปกติแต่ก็ยังมีความย้อนแย้งว่า ”มนุษย์“ ประเภทไหนควรถูกกิน ในส่วนของเนื้อเรื่องที่เล่าผ่านตัวเอกที่เป็นคนเชือด ”เนื้อ“ และ ”เนื้อพิเศษ“ ก็เล่าออกมาได้ดีตามมาตรฐาน แต่อาจจะโดนกลบโดย concept ของโลกมนุษย์กินคนไปซะเยอะเลยแอบจืดๆทั้งๆที่จริงๆก็เล่าได้ดี Tldr: หนังสือดีแต่อาจจะไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่
เฮเลน หญิงสาวพรมจรรย์ผู้เพียบพร้อมด้วยความงามความเยาว์ ปัญญา และเกียรติยศอันได้รับการยกย่องจากราชา ผู้ที่สามารถรักษาโรคภัยให้หายขาดจากพระอาการประชวร แต่กลับถูกปฏิเสธรักจาก เบอร์ทรัม เคานต์แห่งรูซิยง เพราะด้วยชาติกำเนิดของ เฮเลน นั้นต่ำศักดิ์กว่า . แม้องค์ราชันจะบัญชาให้เบอร์ทัมเป็นสามีของเฮเลน ตามพรที่เธอได้ขอหลังจากรักษาอาการประชวร แต่เบอร์ทรัมก็ไม่อาจทำใจอยู่คู่กับนางฉันสามีภรรยาได้ เว้นเสียแต่ว่า “จะสามารถถอดแหวนออกจากนิ้วและมีลูกด้วย“ เฮเลนจึงทำทุกวิธีที่จะให้ข้อแม้นนั้นเป็นจริง . กลยุทธ์กลลวงของเฮเลนในบทละครเรื่องนี้สนุก และคาดไม่ถึงว่า Shakespeare จะนำเสนอออกมาลูกนีั แหกขนบความเป็นหญิงของยุคมากๆ เราว่าเรื่องนี้อ่านง่าย อ่านเพลิน และคิดได้หลายมิติมากทั้งความรัก การแต่งงานกับการเมือง อำนาจ พลังของผู้หญิง ความชอบธรรม ฯลฯ
ต้องจิตแข็งประมาณหนึ่งเกี่ยวกับเรื่อง S99 ค่อนข้างใช้พลังในการอ่าน เนื้อเรื่องเชื่อมกับเคสต่างๆที่ใช้บริการบริษัทนี้ ตอนท้ายๆเหมือนพยายามทำให้ตกใจเล็กน้อย แต่ภาพรวมก็ใช้ได้
วรรณกรรมไทยที่ชวนให้คนอ่านตั้งคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งเราตายไป คนที่ยังอยู่จะเป็นยังไงบ้าง ? พวกเขาจะจดจำเราในแบบไหน ? แล้วพวกเขาจะเลือกกอดเก็บตัวตนเราไว้หรือปลดปล่อยเราให้ล่องลอยไปตามควัน ? เรื่องราวของนักวาด “ลับตา” ที่เปิดเรื่องมาก็นอนหายใจรวยริน ลับตาเป็นคนเปิดนำเรื่องที่สมบูรณ์ เพราะเธอจะพาเราถอนหลังย้อนอดีตและความทรงจำมากมายพร้อมทั้งเล่าถึงคนสำคัญของเธอ ก่อนที่เธอจะหมดลมหายใจ หลังจากนั้นหนังสือจะตัดภาพมาเล่าในมุมมองบุคคลที่สำคัญกับลับตา อย่างแมว คนรัก คนที่ทำงาน และแม่ ว่าหลังรับรู้ว่าบนโลกนี้ไม่มีลับตาอีกแล้ว พวกเขาจะมีการจัดการความรู้สึกกันอย่างไรบ้าง พวกเขาจะมาทบทวนชีวิตอันโดดเดี่ยวของลับตาในมุมของพวกเขาให้คนอ่านฟัง เอาจริง ๆ มู้ดตอนอ่านส่วนตัวไม่ได้ร้องไห้โฮขนาดนั้น แต่อารมณ์จะเหม่อ ๆ อยากนั่งเงียบ ๆ คิดอะไรบางอย่าง ซึม ๆ ดิ่ง ๆ เหมือนจมอยู่ในมหาสมุทร เหงา ๆ และโดดเดี่ยว เหมือนถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม คนอ่านจะได้ฉุดคิดหรือทบทวนตัวเองร่วมไปกับตัวละครด้วย
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วประทับใจพอสมควร เลยอยากลงรีวิวเอาไว้ หมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดาย ในกระจก ผู้แต่ง Mizuki Tsujimura สำนักพิมพ์ น้ำพุ เรื่องเปิดมาด้วยตัวเอก อันไซ โคโคโระ นักเรียนมัธยมต้นปีที่ 1 เป็นตัวดำเนินเรื่อง เราจะได้รู้ว่าโคโคโระมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ไปโรงเรียนไม่ได้ และได้พบเรื่องมหัศจรรย์จากกระจกในบ้าน ที่ทำให้เธอได้ไปทำความรู้จักกับเด็กๆ อีก 6 คนที่มีปัญหาเหมือนกับเธอ เรื่องนึงที่หนังสือเรื่องนี้ทำได้ดีมากคือการแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่ซับซ้อน ผลกระทบและการตอบสนองต่อบาดแผลในจิตใจ โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ที่ยังขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะได้ค่อนข้างสมจริงและเห็นภาพ นอกจากนี้เรายังสัมผัสได้ถึงปัญหา ค่านิยมในสังคมของญี่ปุ่นผ่านเรื่องราวของเด็กๆ ในเรื่อง แต่ถึงแม้จะเล่าผ่านมุมมองของเด็กที่มีบาดแผล การดำเนินเรื่องกลับมีกลิ่นอายของความหวัง และความอบอุ่น ช่วยให้เอาใจช่วยและรู้สึกเอ็นดูเด็กๆ โดยเฉพาะกับตัวเอกของเราที่จะเห็นการเติบโตเมื่อเวลาผ่านไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากเรื่องนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่เรื่องนี้ยังมีปริศนาให้คิดตาม แม้จะไม่ได้ยากมาก แต่ตอนเฉลยนั้นถือว่าทำได้ดีและน่าตื่นเต้น มีการขมวดปมในตอนจบที่ทำให้รู้สึกว้าวและปลื้มปริ่มใจ ข้อติสำหรับเรื่องนี้คือเนื่องจากจบปลายเปิด และไม่ได้ให้ความสำคัญกับปริศนามากนัก ทำให้มีช่องว่างและพล็อตบางส่วนถูกทิ้งไป ส่วนนี้ทำให้รู้สึกเหมือนยังมีเรื่องคาใจอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังทิ้งความประทับใจและอบอุ่นไว้ในใจของผู้อ่านได้ นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังได้รับการทำเป็นอนิเมชั่น โดยมีฉายอยู่ในเน็ตฟลิกของประเทศไทยอีกด้วย