หมวดหนังสือ
32 กระทู้
วรรณกรรมว่าด้วยสถานที่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของสถานีรถไฟไทเป ซึ่งได้ชื่อว่า ศูนย์รับฝากความเสียใจ ที่จะมีเจ้าหน้าที่คอยรับฝากความเสียใจที่มีต่อคนที่ไม่สามารถพบเจอกันได้อีกของผู้ที่ผ่านมา แต่ความพิเศษของที่นี่คือจะเปิดทำการเฉพาะเวลารอยต่อระหว่างกลางวันและกลางคืน จำได้ว่าอ่านเมื่อนานมาแล้วมากๆแต่ยังเป็นเล่มที่ใครหลายๆคนหยิบขึ้นมาพูดถึงจนถึงปัจจุบัน เป็นวรรณกรรมแฟนตาซีเล่มแรกๆที่ได้อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากก เพราะมัน fullfill ความรู้สึกในใจบางอย่าง แต่ด้วยความเป็นวรรณกรรมแปล เราก็มีความกังวลเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมที่อาจจะไม่ตรงกับบริบทของไทย แต่พออ่านก็รู้สึกว่าวรรณกรรมแปลได้ลื่นไหลมาก และเนื้อหาถูกแบ่งตอนเป็นเรื่องสั้นย่อยๆ ทำให้ยิ่งอ่านง่ายขึ้น รวมกับยังเป็นวรรณกรรมแถวเอเชีย รูปแบบสังคมครอบครัวต่างๆยังมีลักษณะที่คล้ายกับไทย เลย related ได้มากขึ้นไปอีก แอบติดอยู่เรื่องเดียวน่าจะเรื่องชื่อของตัวละครที่จำยากไปนิดนึง แต่โดยรวมก็ถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาที่เต็มอิ่มและอบอุ่นหัวใจ!
“...love being a drug, making you feel high, that's not real. It should hold you like the earth.”
คลีโอ แต่งงานกะแฟรงก์ เพราะถูกอกถูกใจ love at first sight บวกกะต้องการกรีนการ์ดเพื่ออยู่ต่อ เนื่องจากตอนนี้ชีวิตจะบ่มีทางไปละ หวาน ๆ ได้ประมาณเศษหนึ่งส่วนแปดของเล่ม ที่เหลือ ขม หมด ไม่ได้ขมขนาดนั้น แต่มัน อึมครึม ใช้คำว่าอึมครึมละกัน 5555555 นักเขียนเค้าไม่ได้เล่าแค่ชีวิตของคลีโอกับแฟรงก์ แต่เล่าเรื่องคนรอบ ๆ ตัวด้วย ซึ่งก็ตามลายเซ็นของนักเขียนคนนี้ (จากที่เคยอ่าน Blue sisters) คือต้องมี 1. กิจกรรมทางเพศอย่างละเอียด 2. เล่นยา 3. เล่นยา และ 4. เล่นยา ซึ่ง ดิชั้น เบื่อ มากกกกกกกกกกกกกกกก จะบรรยาย เพื่อ ???????? คือเหมือนเป็นปัญหาของพวกชนชั้นกลางค่อนบนที่ไม่รู้จะแก้ปมในชีวิตยังไง เลยเลือกที่จะ xxx ๆๆๆๆๆ และ เล่นยา อยู่อย่างนั้น คือเรียนตามตรง ความลำบากของพวกหล่อนบางคนไม่ได้ครึ่งของฉัน หรือคนที่เค้าลำบาก “จริง ๆ ” เลยค่ะ รำค้าญ แล้วจะบรรยายละเอียดทำไม งง โคตรจะเบื่อการยัดฉากเซ็กส์มาแบบโจ๋งครึ่ม มันไม่จำเป็นอะ เสียเวลาชีวิต จุดที่ชอบคือ มีประเด็นเรื่องผู้ป่วยท่านหนึ่ง ที่อยู่ในช่วงแบบ palliative care อะ นอนเป็นผัก แล้วมันรีเลทกับตัวเราเอง ก็เลยเศร้าซึมเป็นพิเศษ แต่ที่เหลือแทบไม่ชอบอะไรเลย 555555 no plot just vibes เพื่อนบอกว่าสไตล์แบบแซลลีรูนี่ย์ ใครชอบก็คงชอบ แต่ถือว่าตัวละครมีฟามเป็นมนุษย์สูงกันมาก ทุกตัว คือมีทั้งจุดที่แบบ เห็นใจ๊ เห็นใจ โอ๊ย รำคาญ โอย ทำไมมึงทำตัวงี้วะ เออไอนี่มันก็เลวแต่มันน่าสงสารนะนิ ไรงี้ วน ๆ ไป ถึงได้ใช้คำว่า อึมครึม ทั้งเรื่อง 5555555 จบ ใครอยากอารมณ์ดี ๆ ไม่ต้องไปอ่าน tw แบบมีสปอยล์ // มีฉากสัตว์ตาย แอบช้ำเลยหละสำหรับชาวรักสัตว์ สงสารน้อน สุด ๆ คงใส่มาเพื่อให้เห็น character ขี้เมาของแฟรงก์ (จนเป็นสาเหตุของเรื่องต่าง ๆ นานา) แต่ก็นะ เศร้าอะ T.T
วรรณกรรมจากนักเขียนชาวอเมริกันเชื้อสายจีนเจ้าของรางวัล Best Fiction ของ Goodreads Choice Award 2023 ว่าด้วยเรื่องจูน เฮย์เวิร์ด นักเขียนปลายแถวชีวิตเกิดพลิกผันเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพื่อนของเธอ อะธีนา หลิว นักเขียนอัจฉริยะแห่งวงการหนังสือเกิดเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ผลงานเขียนของเธอที่หลงเหลือไว้ถูกจูนนำมาเขียนแต่งเติมเพิ่ม เรื่องนี้จะเน้นไปด้านจิตวิทยาและความดำดิ่งของจิตใจมนุษย์ที่สามารถหาประโยชน์ส่วนตัวมาจากความเป็นความตายของผู้อื่นโดยไม่สนความดีความชอบ ส่วนตัวเราชอบภาษาเล่มนี้มากกกก ตอนอ่านแรกๆก็รู้สึกเลยว่าจะชอบเล่มนี้ และเป็นหนึ่งในเล่มที่ระหว่างอ่านไปก็รู้สึกว่าไม่อยากอ่านให้มันจบเลย ชอบตอนสุดท้ายมาก เพราะทำให้เห็นเลยว่าเราสามารถแก้แค้นไปพร้อมกับการประสบความสำเร็จได้ แต่ต้องติด trigger warning นิดหน่อยเรื่องเกี่ยวกับเลือด เรื่องผีหรือเรื่องศพอาจจะไม่ได้มากนัก
warning(s): มีกุ๊กกู๋ (แหงสิจ๊ะ) เรื่องย่อ อธิป-สิปาง เป็นคู่รักกัน กะลังจะแต่งงานกันอยู่แระแต่ฝ่ายหญิงดันความจำเสื่อม ผู้ชายเลยพากลับไป “เรือนลั่นทม” บ้านของสิปางที่หัวหิน กะจะไปฟื้นฟูจิตใจ ความทรงจำ แต่ดันมีเรื่องประหลาดชวนขนหัวลุกรออยู่ รีวิว สนุกใช้ได้ ฟีลอ่านเรื่องผีในเน็ต คือเนื้อเรื่องมันไม่ค่อยมีไรมาก คงกะจะเป็นฟีลค่อย ๆ บิ๊วไปเรื่อย ๆ การพิสูจน์อักษรก็มีงง ๆ บ้างนิสนุง ถ้าสร้างเป็นหนัง ตัดต่อดี ๆ หน่อยคงจะมันสสสสสสสสส์ระเบิด เพราะมันไม่ได้มีอะไรที่ โอโห้ ต้องแบ่งยิบซอยย่อยเป็นยี่สิบตอนเหมือนทำละคร ภาวนาให้สร้างเป็นหนัง สาธุ ๆ เลเวลฟามน่ากลัว ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ถ้าคนกลัวกุ๊กกู๋อยู่แล้ว ก็อาจจะมีแอบเสว ๆ มั่ง แต่..... จุดหักมุมอยู่ที่ตอนจบ ซึ่ง!!!!!! ถ้าไม่อยากเสียอรรถรส กราบขอร้อง อ้อนวอน จงอย่าอ่านสปอยล์ตอนจบ มาก่อน นะจ๊ะ นะจ๊ะ จงอ่านและติดตามไปให้จบเรื่อง ไม่อย่างนั้นมันจะไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย เหมือนคนรู้สปอยล์หนังเรื่อง the others ไปก่อนอะ 555555 อยากแนะนำอ๊ะป่าว ก็อยากนะ พล็อตสนุกดี ทำให้เรา สงกะสัย ในสิ่งต่าง ๆ นานา และผู้คน อึ๊ย ไอนั่นดีจริงไหม ไอนี่ชั่วจริงป้าว ใครชอบ plot twist รีบไปตำ ไม่ชัวร์ว่าสนุกเท่าเล่มอื่นในเซ็ต 7 วันฯ มั้ย (เหมือนเคยอ่านของวันศุกร์ แต่ลืม...) ใครเคยอ่านเล่มอื่น ๆ แว้วมาขายกันได้ว่าชอบวันไหนมากสุส ิ __ ิ
เรื่องนี้น่าจะมีคนรีวิวเนื้อเรื่องเยอะแล้ว ขออนุญาตใช้พื้นที่ในการระบายความรู้สึกส่วนตัวหลังอ่านจบค่ะ ภาษา - เอาเรื่องภาษาก่อนเพราะติดใจ ตอนที่อ่านคือคิดในใจตลอดเวลา ใครว่านิยายไทยเวิ่นเว้ออยากให้มาเจอเรื่องนี้ ผู้แปลใช้คำซ้อนเยอะมากกกกกกกกกจนเอียน เช่น ‘ยินดีปรีดา’ ‘มิ่งมงคล’ ‘สงบเสงี่ยมเรียบร้อย‘ ฯลฯ ทุก ๆ 1 ย่อหน้าต้องมีคำซ้อนอย่างน้อยหนึ่งคำ อ่านแล้วสติหลุด =_= จำได้ว่ามีอยู่ย่อหน้านึงนับได้ 4 คำเน้น ๆ เสียดายลืมแคปไว้เป็นหลักฐาน แล้วก็ถ้าใครคิดจะอ่านใน Ebook เหมือนกันขอเตือนไว้ก่อนว่า meb ทำไฟล์ epub ตรงประโยคที่ต้องเว้นวรรคของเล่ม 3-4 ได้แย่มาก หลาย ๆ ประโยคติดกันเป็นพรืด อ่านไปหงุดหงิดไป แต่ถ้าอ่าน pdf หรือหนังสือคิดว่าไม่มีปัญหาค่ะ นิสัยนางเอก - เรื่องนี้ไม่ใช่สเปกเลย ใครรำคาญนางเอกเอาแต่ใจติดหรูติดสบายโปรดหนีไป เอาจริง ๆ นางเอกถือว่าฉลาดในการวางตัวต่อหน้าคนอื่นนะ เก่ง crisis management ด้วย แต่พอเป็นเรื่องของตัวเองกับพระเอกจะงี่เง่าเด๋อด๋าขึ้นมาทันที มันอาจจะทำให้นางเอกดูน่ารักในสายตาบางคนแหละ แต่ส่วนตัวค่อนข้างรำคาญ หนักสุดคือเล่ม 2 รำคาญจนเกือบเลิกอ่าน สปอย ➡️ มีอยู่ฉากนึงนางเอกออกไปข้างนอกกับพระเอกแล้วไฟไหม้ พระเอกติดอยู่ในเรือส่วนนางเอกอยู่บนฝั่ง หลังจากนางเอกจัดการให้คนไปดับไฟควบคุมสถานการณ์แล้วเลือกที่จะเข้าไปตามหาพระเอกในเรือเอง 😃? คือ 1นางเอกรู้อยู่แล้วว่าพระเอกเก่งวรยุทธ์แถมมีองครักษ์ตามปกป้อง 2นางเอกเป็นคุณหนูบอบบางปลิวไปตามลม เข้าไปจะช่วยอะไรได้ 3นางเอกบังคับให้องครักษ์ที่ปกป้องตัวเองพาไปโดยที่เค้าก็ไม่ได้เต็มใจ แต่หลังจากเหตุการณ์นี้พระเอกดันประทับใจซะงั้น เชื่อเขาเลย ยังดีที่เล่ม 3-4 นางเอกรู้ความขึ้น นิสัยพระเอก - แบนมากกกกก เป็นตัวละครเย็นชาพูดน้อย ทื่อ ๆ ไม่พูดเป็นท่อนไม้ ในขณะที่นางเอกพัฒนาขึ้น แต่พระเอกแทบไม่มีพัฒนาการตัวละครอะไร เ ล ย ความเก่งของพระเอกอ่านแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลรองรับ คือเก่งตามใจนักเขียนว่าง่าย ๆ เป็นพระเอกที่จางมาก เหมือนกินน้ำเปล่า นอกจากจ้องมีอะไรกับนางเอกบ่อย ๆ แล้วก็นึกภาพจำอื่นไม่ค่อยออกอีก ความรักของสองคนนี้ - อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวของเราที่ชอบแนวแอบรักไม่ก็ฝ่ายใดฝ่ายนึงเกิดรักแรกพบ (ด้านนิสัย) ต่อกัน แต่เรื่องนี้เป็นแนวกึ่ง ๆ คลุมถุงชน นางเอกชอบพระเอกที่หน้าตาชาติตระกูลความเก่งกาจ ส่วนพระเอกตอนแรกก็แต่งงานด้วยเพราะเหตุผลทางราชสำนัก เคมีคู่นี้มันเลยแห้งมาก ฝืนสุด ๆ อ่านไปไม่สัมผัสถึงความเขินความใจเต้น หลัง ๆ เจอฉากสวีทเราก็ไถข้ามเพราะน่าเบื่อเกิน 😓 ความพยายามตลก - เรื่องนี้ต้องย้อนไปเรื่องการแปล ด้วยความที่นางเอกจะหลงตัวเองหรือทำอะไรที่ก่อให้เกิด second hand embarrassment ตลอดเวลา แทนที่ฉากพวกนี้ควรจะให้ความรู้สึกตลกหรืออมยิ้ม แต่เป็นเพราะนักแปลเลือกใช้คำทางการตลอดเรื่องเลยไม่รู้สึกว่ามีตรงไหนให้สนุกเลย ทั้ง ๆ ที่พอเราเอามาจินตนาการเองแล้วภาพในหัวก็ดูฮาอยู่ +เรื่องนี้มีซีรีส์ด้วย แสดงว่าทำเป็นภาพเคลื่อนไหวแล้วดี แต่แปลไทยไม่ได้จริง ๆ ไม่เข้าถึงอารมณ์สนุกหรือตลกของฉากนั้น ๆ เลย (นอกจากอายแทน 😓) เนื้อเรื่อง - นี่คือจุดที่ชอบที่สุดของเรื่องนี้ ถึงแม้ฝั่งพระนางจะไม่มีอะไรเลย แต่ฝั่งราชสำนักหรือตัวละครอื่น ๆ กลับค่อนข้างน่าสนใจ โอเค ปมหลายจุดมันหลวมจริง แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราอ่านแล้วรู้สึกสนุกกว่าอ่านพระนางเข้าซีนกัน โดยเฉพาะคู่รองทำได้ดีหลายคู่เลย ชอบที่สุดจะเป็นรุ่นลูก น่าติดตามต่อสุด ๆ (พยายามหาว่านขเขียนต่อไหมแต่หาไม่เจอ) end. ps. อยากบ่นเยอะกว่านี้แต่ติดลิมิต 555455455455555555
วรรณกรรมสั้นจากนักเขียนวรรณกรรมไทยสามท่านคือ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท เจ้าของงานรางวัลซีไรต์อย่าง 'สิงโตนอกคอก' กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของงานวรรณกรรมสืบสวนสอบสวนไทยที่มีชื่อเสียงในยุคนี้อย่าง 'กาสักอังก์ฆาต' และนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์ เจ้าของงานรางวัลซีไรต์อย่าง 'ด้วยรักและผุพัง' ซึ่งเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องความลับ ความหลังฝังใจและความสัมพันธ์ที่ได้แต่นึกถึง ระหว่างอ่านสัมผัสได้ถึงรสชาติการเขียนที่แตกต่างกันของนักเขียนทั้งสามท่าน อย่างจิดานันท์ จะเล่าผ่านเลนส์ที่มีความเทาๆของตัวละคร สิ่งที่พบเจอและการรับมือต่างๆ คล้ายๆกับสิงโตนอกคอก ที่แสดงถึงความเป็นมนุษย์ที่ไม่ดีและชั่วโดยเนื้อแท้ ส่วนกิตติศักดิ์จะเล่าผ่านประสบการณ์ขมๆมืดมน และการตั้งคำถามในการกระทำบางอย่างของมนุษย์ ที่ซับซ้อน ไม่ตรงไปตรงมา และนริศพงศ์ จะสร้างภาพให้เราดำดิ่งไปกับความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในขณะที่จำเป็นต้องรับมือกับการกระทบทางจิตใจบางอย่าง ส่วนตัวชอบของจิดานันท์ที่สุด เพราะเราสามารถ related การกระทำของตัวละครในเรื่องกับชีวิตของเราได้ง่าย และมันทำให้เรา emotional มากกว่าเรื่องของนักเขียนท่านอื่นๆ เล่มนี้ค่อนข้างเล็กและบาง เหมาะกับการออกไปอ่านข้างนอกมากก!
เป็นเล่มแรกของซีรีส์ โรเบิร์ต ฮันเตอร์ นักสืบประจำกรมตำหนวด LA ที่หยิบมาอ่าน เพราะเพื่อนบอกว่าสนุก และ !!!! ก็สนุกสมคำร่ำลือมากกกกกกกกกก ซึ่งเรื่องนี้มีฟามครีเอตีบมาก ตรงที่ ร่างของเหยื่อถูกฆ่าหั่นศพ และนำมาจัดเรียงเป็นประติมากรรม แล้วแต่ละครั้งก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น เป็นรูปนู้น ทรงนี้ อาจจะชี้นู่น บอกนี่ ใบ้นั่น แล้วพวกแก๊งตัวเอกก็ต้องคอยตามแกะ ๆๆๆๆๆๆๆๆ หา ๆๆ ประกอบ ๆ เดา ๆ อ่านสนุกม้ากกกกกกกก ใครเป็นสายสืบสวนสอบสวนน่าจะฟินสุด ๆ เค้าผูกเรื่องหนุก มีอะไรให้สงสัยตลอด เล่าสลับ ๆ มุมเหยื่อ (ที่กะลังจะตุย) กะฝั่งสืบสวน วางไม่ลงจริง ๆ ใครมีเวลาว่างอยากให้อ่านทั้งวันไปเลย มันแบบ ชุดอิ่มคุ้ม มาก 5555555 เล่มนี้มีตัวละครนุงที่ชอบมากครือ อลิซ โบมองต์ เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนของสำนักงานอัยการเขต ชีแบบ สวยเก่ง สะเล อะ เป็นคนขยัน ตั้งอกตั้งใจ ไม่รู้ชีไปโผล่เล่มอื่นอีกมั้ย แต่อยากเจออีก มูงือ สปอยล์ เร้ก ๆ เรียกว่าสปอยล์ได้มั้ยไม่รู้ คือชอบแรงจูงใจฆาตกรเรื่องนี้มาก แบบเป็นอะไรที่เข้าใจได้อะ จบ ไม่ได้จะจัสติฟายว่าทำถูกแต่ก็ เข้าใจอะ จอบอ เชียร์ให้ทุกคนไปอ่าน ๆๆๆ ถ้าวันนึงได้อ่านเล่มอื่น ๆ จนครบซีรีส์ จะมาจัดแรงก์กิ้ง แต่วันไหนก็ไม่รู้ 555555
คาร์ลี (นางเอก) ไปทำงานเป็นรีเซปชั่นนิส (เรียกแบบนี้ถูกไหมหว่า) ที่ซันดาวน์โมเท็ล ฟีล ๆ โรงแรมแบบที่เราชอบเห็นกันในหนังเมกัน หรือลองนึกภาพแบบ Fears to Fathom ตอน Norwood Hitchhike เพราะอยากตามหาคุณป้าที่หายตัวไปเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ซึ่ง งง มาก เพราะ ก็ไม่ได้ดูสนิทชิดเชื้ออะไรกัน แล้วทำไมอยู่ ๆ อยากจะหาเหลือเกิน เป็นบ้าเป็นบอ หนังสือหนังหาไม่เรียน งานการไม่ทำ ต้องสืบ ต้องสืบ เอ๊า เออ เอากะนาง เรื่องจะเล่าสลับ ๆ ระหว่างป้าชี ชื่อวิฟ กะตัวชี พาร์ตชีเป็นพาร์ตที่น่าเบื่อมาก 55555555 แบบวัน ๆ มีแต่ผู้ชาย ????? ละก็เป็นเด็กยุคใหม่ที่ดูไม่มีความเฟมินิสม์เท่าป้าตัวเองด้วยซ้ำอะ แถมยังติดเบียว ฟีล ๆ พิกมี พิกมี พิกมีอัป คนอื่นเค้าอ่านเจเคโรว์ลิ่ง ชั้นอ่านสยองขวัญ ทรูไครม์ นะฮ้าบ ๆ สิบอกให้ ชั้นเจ๋ง i'm not like other girls (i'm worse) รำคาญมาก ลูกไม้หล่นไกลต้นเว่อคุณป้า หลานหล่อนเป็นอารัยเนี่ย แถมไม่ได้ฉลาดอะไรด้วยนะ คือถ้าคาแรกเตอร์มาแบบ ฟึบฟับ ฉับไว ให้สมกับที่โม้ ก็จะเคร ๆ เข้าใจอยู่หรอก อันนี้ ฮะ ??? ถ้าไม่รำคาญยัยคาร์ลีก็อ่านสนุกดีอยู่แหละ พาร์ตของวิฟสนุกอยู่ แต่เดาง่าย คิดว่าหลาย ๆ คนอ่านไปพักนึงก็เดาได้แระว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ชอบอะไรที่เป็นของคาร์ลีเลย ????????? ไม่ชอบยันหน้าสุดท้าย และ งง ว่าบางอย่าง จะใส่มาหาอะไร ครินจ์จ้ะ จอบอ ปอลิง สปอยล์นิ้ดดดดดดดดดดดดเดียว . . . มีกุ๊กกู๋นะจ๊ะ เล็กน้อย
เรื่องย่อสั้น ๆ “เต็มเดือน” เป็นลูกข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไปถูกตาต้องใจ “ชายก่อ” ลูกเจ้าจอมฯ ท่านหนึ่ง ชายก่อจึงขอท่านแม่ให้นำเต็มเดือนไปเป็น ’หม่อมห้าม‘ ห้ามไม่ให้ไปเตลิดเตลย (คำนี้มีอยู่จริงมั้ย เตลิดเตลย 5555555) ไปที่ไหน จนกว่าวันหนึ่งจะเจอชายาที่เหมาะสม ค่อยแต่งสะใภ้หลวงจริงจัง รีวิว ซื้อมาด้วยความรู้สึกที่ อยาก-อ่าน-มากกกกกกกกก แบบกอไก่ล้านตัว เพราะทุกคนชมว่าดีมาก ๆ พระเอกรักนางเอกมาก ธงเขียว กรีนแฟล็ก ซึ้ง เอยใด แต่พออ่านจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังเท่าไหร่ ส่วนตัวรู้สึก เอ๊ะ ๆ ที่นางเอกอายุแค่ 16 เองตอนถวายตัว และพระเอกคือ อายุ 21 ... ซึ่งมันเหมือน เด็กมหาลัยปีสอง-ปีสาม ไปมีอะไรกับเด็กมอสาม-มอสี่ และเด็ก ๆ วัยนี้ คือน้องจิ๋วมาก ๆ นะ 🥹 ต้องมาโดนฟันซ้ำแล้วซ้ำอีก บางทีคือเป็นความอยากของพระเอกคนเดียวด้วยซ้ำ นางเอกก็คือ โอเคร ชั้นรักเค้า มันเป็นหน้าที่ของชั้น ชั้นต้องปฏิบัติอย่างเต็มที่ แต่คือ T __ T??? อะ เข้าใจนะว่าในบริบทของยุคนั้น (เซตติ้งคือยุครัชกาลที่ 5) เรื่องแบบนี้ก็อาจจะไม่ได้เป็นประเด็นสลักสำคัญอะไรที่ใครจะมาใส่ใจ ทั้งอายุและ consent ในความสัมพันธ์ (ยิ่งเป็นแบบที่อำนาจในการต่อรองไม่เท่ากันด้วย) แต่เราแค่รู้สึกว่า แม้จะเป็นพีเรียดก็จริง แต่จะตีพิมพ์ออกมาปีไหน จะเป็นคนอ่านยุคไหน ก็มีสิทธิ์ที่จะรู้สึก เอ๊ะ ได้อะ มันก็เลยแบบ ... นั่นแหละ นิดนึง 🥲 เนื้อเรื่อง ถ้าใครเป็นสาย โรแมนซ์-ดราม่า ก็น่าจะชอบ เพราะออกแนวหวานขมมากอยู่ แต่สำหรับเราอ่านแล้วก็ไม่ได้ขมขนาดนั้น และก็ไม่ได้เขินเช่นเดียวกัน จะมีฉากที่ชอบอยู่แค่ฉากนึง ตอนชายก่อสอนเต็มเดือนสีซอเพลงคำหวาน เดิมทีชอบเพลงนี้จากโหมโรงอยู่แล้ว เลยฟินเป็นพิเศษ แต่ที่เหลือก็เฉย ๆ รู้สึกว่าหลาย ๆ อันก็เป็นสิ่งที่จะพบเจอได้ในละครไทย เช่น พระเอกโดนมอมยาให้มีอารมณ์ทางเพศ ต้องระงับไว้ และต้องมีอะไรกับนางเอกเท่านั้น !!!! นางเอกเต็มใจมั้ยก็ไม่รู้ เพราะเหมือนถูกฝังชิปเข้าหัวไปแล้วว่า ชั้นเป็นหม่อมห้าม -> ชั้นต้องทำทุกสิ่งที่ท่านต้องการ -> ชั้นรักท่าน ก็เลย ตามนั้น และที่บอกว่าพระเอกธงเขียว ก็ไม่เห็นจะเขียวอะไรเท่าไหร่ 55555 คือดูคลั่งรัก (มั้ง หรือคลั่งอีกแบบ ไม่แน่ใจ) แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็คือ ชั้นเป็นคนตัดสินใจ ชั้นเป็นใหญ่ ชั้นบลา บลา บลา คำว่าเขียวของเรา อาจจะไม่เท่ากัน 5555555 ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยอ่านนิยายที่พระเอกแบบ เป็นใหญ่เป็นโต กว่านางเอกมาก ๆ นะ เราเคย แต่อีกเรื่อง มันทำให้รู้สึกว่าพระเอกน่าเคารพ และไม่ได้ดูกดนางเอกที่มีศักดิ์ด้อยกว่าอะ จอบอ
“ผีเน่ากับโลงผุ” แวบแรกที่เราอ่านชื่อเรื่องก็คิด เอ๊ย มันน่าสนใจนะเนี่ย พระ-นาง ต้องมีวีรกรรมเด็ด ๆ รึเปล่าน้อ กอปรกับเรื่องย่อทำนองว่า ‘แอนนี่’ สาวสวยสู้ชีวิตนางหนึ่ง กะรวยทางลัด เจาะถุงยางเผื่อท้อง หวังจับ ‘คริส’ ทายาทตระกูลเวฬาหิรัญที่ครองบัลลังก์เชนร้านอาหารทั่วไทยมาเป็นสามี สรุปก็ท้องจริงดังคาด แต่ที่ผิดคาด คือยัยพี่คริสดันเป็นลูกชู้ที่เพิ่งโดนเฉดหัวออกจากบ้าน พร้อมเงินในกระเป๋าไม่ถึงสามร้อยบาท (จนต้องขอให้แอนนี่โอนเพิ่ม 15 บาท เพื่อจะได้กดเอทีเอ็มออกมาใช้ได้) // ในเมื่อนักเขียนจั่วหัวมาเลยว่าเป็นแนว rags to riches ก็จะขอหยิบคำมาใช้เลยแล้วกัน 55555 เป็นฟีลนี้จริง ๆ คือกัดก้อนเกลือกินกันทั้งคู่ เริ่มแบบทุลักทุเลหนูจลสุด ๆ แต่ไม่ยอมแพ้ พยายามกัดฟันไปด้วยกัน พี่คริส จากที่ตอนแรกดูก๊อง ๆ แก๊ง ๆ นางมีความตั้งใจนะ เป็นแนวที่สาว ๆ จะชอบ สูง หล่อ ลูกเสี้ยว เงินเท่าไหร่ยกให้เมียหมด ขยัน เอาใจ เอาการเอางาน เอาXXX แอนนี่ก็ฟีลบิวตี้สแตนดาร์ดคนไทย ตัวเล็ก แต่อึ๋ม (หะ) หน้าร้ายนิส ๆ แต่สวย และสู้มาก ๆ จริง ๆ พร้อมสนับสนุนพี่คริสทุกย่างก้าว เก่งเลข รอบคอบ และไม่หยิบหย่ง พี่คริสก็รักแอนนี่ ช่วยกันประคับประคองได้เป็นอย่างดี เป็น leader และ supporter ของกันและกันที่ดี มี development // และด้วยความที่พระเอกของเราชีทำอาหารเก่ง เพราะตอนเล็ก ๆ เข้าครัวกับย่า แถมยังต้องโตมาสู้กับเครือเวฬาหิรัญอีก ก็จะมีความงัดข้อสไตล์อิแทวอนคลาส ใครชอบดูอะไรฟีลแบบ คนตัวเล็กงัดนายทุน น่าจะถูกใจสิ่งนี้ แต่ก็ต้องบอกไว้เหมือนกันว่า สองคนนี้เนี่ย มีรูปเป็นทรัพย์ แถมตัวละครพระเอกยังมีคอนเน็กชันไม่ใช่ขี้ ๆ ถ้าเป็นอย่างเรา ๆ ก็คงยาก (ไม่) หน่อยเนาะ แต่อ่านแบบ ปล่อยใจ งัดกันไปงัดกันมา แม้ตัวโกงจะดูอยู่คนละดิวิชันกับฝั่งตัวเอกก็ตาม // เรื่องภาษาและการจัดรูปเล่ม รู้สึกว่ายังมีสะกดผิดบ้างประปราย เช่น ‘ขบวนการ’ ทางกฎหมาย มันน่าจะเป็น ‘กระบวนการ’ ทางกฎหมาย ไหมนะ กับการเคาะคำแบบงง ๆ นิดนึง เช่น บรรทัด 1 คริสภาว บรรทัด 2 นา แทนที่จะให้ ภาวนา มันอยู่ด้วยกัน หรืออย่าง บ้าเอ๊ย เป็น บ้าเอ้ย ไอ้สัตว์ เป็น ไอ้สัด ทำนองนี้ ก็เลยมีแอบขัด ๆ นิดหนึ่ง แต่ไม่ได้มากมายอะไรค่ะ และเราไม่ค่อยชินกับภาษาประมาณนี้ด้วย แบบที่มีอังกฤษแซมเข้ามาเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ใช่บทสนทนา จดหมาย หรือความคิด เช่น (จำเป๊ะ ๆ ไม่ได้นะ อันนี้ยกมาหลวม ๆ ) คริสไม่รู้เลยว่าเขากำลังมี ‘แบดทริป’ เรารู้สึกว่า ถ้าคนที่เค้าไม่รู้จักแบดทริป เค้าจะเก๊ตไหมหว่า แต่อย่างบางคำ เช่น สตาช (ที่อันนี้เราไม่รู้จัก) ยังดีมีเชิงอรรถให้ // อ่านมันสสสสส์ สนุกดี นักเขียนจบแต่ละบทได้แบบ !!!! (เอฟเฟกต์เสียงหายใจเฮือก) กรี๊ด ๆ ต่อ ๆ แบบนี้ทุกตอน 555555 ประทับใจมาก อาจจะมีฟามเวอร์วัง หลายสิ่งหลายอย่างเข้าทางตัวเอกเกิ๊น แต่ก็ให้เข้าเถอะ ถูกใจสายสุขนิยมแบบเรามากกกกกกก หุหุ คือเหนื่อยแล้วน่ะ มันต้องดีสักจุดซิ แต่ที่ติดสำหรับเรา คือรู้สึกว่าฉาก spices (NC) เยอะไปหน่อย รู้สึกว่าไม่จำเป็นจะต้องใส่ แต่คงไม่ใช่ทางเฉย ๆ T _ T นักอ่านสายซู่ ๆ ซ่า ๆ อาจจะชอบก็ได้ แต่สำหรับเราคือถี่ (และละเอียด) เกินไปจริง ๆ // * สปอยล์นิดหน่อยแต่ไม่สำคัญ * รู้สึกว่า ช่วงเริ่มเรื่องมันดูลำบากแบบ สุด ๆ อะ สุดลิ่มทิ่มประตู ทำไมถึงยังเก็บเด็กไว้ฟะ 55555 เข้าใจว่าผลลัพธ์ก็คุ้มค่าเหนื่อย แต่ในชีวิตจริงแล้ว ไม่ใช่คู่รักทุกคู่จะท้อง (หรือพลาดท้อง) มาแล้วฝ่าฟันสู้จนหายเหนื่อยนะ มันอาจจะเหนื่อยไปตลอดชีวิตเลยก็ได้... ก็เลยแบบ ง่า... ก็ ปล่อยใจ เอนจอยครับ (พูดแบบพี่คริส) แล้วกัน
วรรณกรรมแปลจากนักเขียนชาวอเมริกัน ฟรีดา แมกแฟดเดน ที่ดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหลักอย่าง "มิลลี" สาวใช้คนใหม่ของตระกูลวินเชสเตอร์ที่อยู่ๆก็จับพลัดจับพลูได้งานนี้ ทั้งๆที่เธอมีประวัติส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ ส่วนตัวได้ยินว่าหนังสือเล่มนี้มีคนอวยยศเยอะมากก และก็ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว พอได้อ่านก็รู้เลยว่า หนังสือเล่มนี้ดีมากๆๆ เซอร์ไพรส์ทุกตัวอักษรจริงๆ เนื้อเรื่องพลิกไปพลิกมาจนคาดเดาอะไรไม่ได้เลย จุดที่ชอบคือสร้างความเข้าใจให้เรารู้สึกว่าตัวละครตัวนี้ปลอดภัย แต่สุดท้ายพอเปลี่ยนมุมมองของตัวละครก็ทำให้เราไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนดีและไม่ดีจริงๆ ฮึก ส่วนตอนจบ เราชอบนะ มันสะใจและสาสม ไม่ play safe จนเกินไป หนังสือเล่มนี้เน้นในการค้นเข้าไปในความคิดของตัวละครจริงๆ ซึ่งมันเหมาะมากกับการอยู่ใน thriller genre แบบนี้ ทำให้เราเข้าใจตัวละคร ที่มาที่ไปและความดาร์คในจิตใจแบบสุดๆ แนะนำคับ!
แคลร์-โนอาห์ คู่ผัวเมียละเหี่ยใจจับมือกันจอยทริปแบบ triple date สู่โรงแรมในป่าเขาสวยงาม และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เริ่มมีคนตาย ไม่ก็หายตัวไปทีละคน ทีละคน สนุกดี เล่มบาง ๆ อ่านเพลิน ๆ คืนเดียวจบ เนื้อเรื่องจะดำเนินด้วยตัวละครแคลร์ หลาย ๆ บทหน่อย แล้วค่อยสลับมาเป็นบุคคลนิรนาม ให้เราเดาว่า เอ๊ย คนนี้มันใครฟะ ตอนแรกก็เหมือนจะเป็นอีกคน สักพัก เอ๊ะ รึอีกคน มันส์ ๆ จอย ๆ ตอนจบแอบพลิกนิดนึง แต่ก็ไม่แน่ใจอีกเหมือนกัน เพราะ twist นี้มันไม่ได้ใหม่ 5555555 ใครเคยเสพมุกที่คล้าย ๆ กันก็อาจจะเดาทางถูกเลย แต่เอาเข้าจริงถึงจะเดาถูก ก็อาจจะไม่รู้อยู่ดีว่า แล้วเป็นใคร ทำยังไง ใช้วิธีอะไร เป็นการค่อย ๆ แกะสายหูฟังไปทีละจึ๊ด ๆ หนุก ๆ ตัวละครไม่น่ารำคาญเท่า inmate (มั้ง ??) แต่ก็มีแอบ งง ๆ กับการตัดสินใจ ที่ถ้าเป็นเรา ๆ ในชีวิตจริง คงไม่ทำกันอะ แต่ก็นะถ้าไม่ทำเดี๋ยวไม่มีใครตาย จบ
วรรณกรรมไทยประเภทไซไฟว่าด้วยเรื่องการถูกกักขังในเหตุการณ์สำคัญต่างๆของโลกซึ่งอยู่ประมาณช่วงเวลา ค.ศ. 1901-2000 โดยตัวละครหลัก "เพลา" ต้องหาสาเหตุว่าทำไมถึงถูกกักขังและวิธีที่จะออกจากช่วงเวลาหนึ่งร้อยปีนี้ทำอย่างไร โดยแนวทางการเล่าจะอิงประวัติศาสตร์และหลักการควอนตัมฟิสิกส์ ยอมรับจริงๆว่าเล่มนี้มีความอ่านยากอยู่ประมาณนึง เพราะเนื้อหาที่ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน อาจทำให้เกิด flow การอ่านที่ไม่ต่อเนื่องนัก ในขณะที่หนังสือเล่มนี้กำลังเล่าหัวข้ออย่างประวัติศาสตร์ ปรัชญา การเมืองและฟิสิกส์ที่ตัวเนื้อหาค่อนข้างยาก แต่เล่มนี้กลับทำมันออกมาด้วยภาษาที่ง่าย ตรงไปตรงมา ส่วนตัวชอบตอนจบของเรื่องนี้เพราะเราสามารถตีความกันได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจดั้งเดิม ส่วนตัวไม่ได้เข้าใจเนื้อหาของเล่มนี้ทั้งหมด แต่ว่าแต่ละ topic ที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอเป็นสิ่งที่น่าสนใจและศึกษาต่อ
“He is half my soul as the poets say.”
อ่านมาสักพัก (ใหญ่ ๆ ) มากแล้ว เพิ่งมาเขียน จำไม่ค่อยได้เป๊ะ ๆ แต่เป็นเรื่องที่ความรู้สึกหลังอ่านตราตรึงมาก 55555 เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะเป็นเหมือนกัน ตอนนี้กระแส The Odyssey กำลังมาแรง (มั้ยนะ) ไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งก่อนจะก้าวเข้าสู่ The Odyssey เช่นกัน ตั้งแต่พาโตรคลัสและอคิลลิสยังเด็ก ไปจนถึงช่วงสงครามกรุงทรอย แต่ว่าใครที่ไม่เคยดู หรือไม่เคยอ่านอะไรเกี่ยวกับ Trojan War ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเข้าใจแน่นอน นักเขียนเล่าละเอียดยิ้บบบบบบ ใจก็สลายละเอียดยิ้บบบบบเลยหละ เอ๊า เนื้อเรื่องจะดำเนินผ่านมุมมองของพาโตรคลัส (Patroclus) ตั้งแต่วัยเด็ก ที่ได้พบเจอกับอคิลลิส (Achilles ลิส หรือ ลีสหว่า) พบเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ มาด้วยกัน และมิตรภาพกับความรักก็ก่อตัวขึ้น เรื่องนี้เป็น Retelling ตำนานกรีก ดังนั้นทุกคนที่เคยดู เคยอ่าน หรือแม้แต่กูเกิล ก็รู้อยู่แระว่า จุดจบของสองคนนี้มันจะเป็นยังไง 555555 แต่เราก็ยังอ่าน อ๊าก โอ๊ย น้อ ชีวิต เหมือนเอาตัวเองไปทรมานเล่น แต่สิ่งที่ได้รับคือ ภาษาสวย ๆ ของนักเขียน ความสัมพันธ์ที่งดงามและเจ็บปวดของตัวละครหลาย ๆ ตัว ที่ไม่ใช่แค่คู่เอก และแนวคิดในหนังสือที่ฉุกให้เราได้ตระหนัก หนึ่งในประเด็นที่เราจับได้จากหนังสือ คือการตั้งคำถามว่า “เราจะยอมมีชีวิตที่รุ่งโรจน์แต่แสนสั้น หรือชีวิตที่ยาวนานแต่ถูกลืมเลือน” เพราะอคิลลิสก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตัดสินใจเลือกเส้นทางแรกด้วยการไปรบที่กรุงทรอย และผลลัพธ์ที่ได้ คือโลกต่างก็รู้จักชื่อของเขากันหมด แต่แลกมากับชีวิตที่ต้องตายตกไป ซึ่ง อยากจะบอกว่า ช่วงท้าย ๆ เล่ม อ่านหนังสือไม่ชัดเลยค่ะ เพราะน้ำตาบังหมด *สูดน้ำมูก ฟืด* มันทรมาน ม้ากกกกกกก แถมมันยังมีรายละเอียดยิบย่อยอะไรมากกว่านี้ด้วย ที่บางทีอ่านใกล้จบแระ ย้อนกลับไปอ่านหน้าเก่า ๆ คือแบบ อ๊าย ตบเข่าฉาด foreshadow (เป็นการทิ้งคำใบ้ หรือบอกเป็นนัย ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต) นี่หว่า โว้ย ทรมาน ๆ *เช็ดน้ำตา* แต่ชอบมาก อยากให้ทุกคนไปอ่าน และสัมผัสความขมปี๋นี้ด้วยกัน 5555555 อีกเรื่องคือ อันนี้ขออนุญาตก๊อปปี้โควทมาจากเน็ต เป็นซีนที่พาโตรคลัสระลึกถึงอดีต ไครอน (เซนทอร์ที่เป็นฟีล ๆ โค้ช/เมนทอร์ ของเหล่าวีรบุรุษ) เคยกล่าวว่า No man is worth more than another, wherever he is from. (ไม่มีมนุษย์คนไหนมีค่ากว่าอีกคนหรอก ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือมาจากไหนก็ตาม) อคิลลิสเลยถามกลับว่า แล้วถ้าเค้าเป็นสหายท่านล่ะ หรือพี่ชาย/น้องชายล่ะ เราจะทำเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้าได้เชียวหรือ ไครอนตอบว่า เขาก็ต้องมีค่ากับเจ้ามากกว่าใครอยู่แล้ว แต่คนแปลกหน้าสำหรับเรา ก็เป็นสหายหรือพี่น้องของใครสักคนเช่นกัน อันนี้คือ เจ็บจี๊ด มาก (แล้วถ้าอ่านจนถึงตอนที่ว่า ทำไมพาโตรคลัสถึงนึกถึงบทสนทนานี้ น่าจะยิ่งจี๊ด) มันเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดจริง ๆ นะ คือคนที่เรามองว่าไม่สำคัญ เขาก็เป็นคนสำคัญของใครสักคนบนโลกอะ ซึ่งมันเศร้ามาก ๆ ไม่ใช่แค่กับความสัมพันธ์ของคนรัก แต่เป็นในทุก ๆ รูปแบบ และยังสะท้อนให้เห็นถึงพิษของสงครามด้วย คือเราไม่น่าจะฆ่าฟันกันเป็นผักปลา เพราะทุกคนต่างก็มีคนที่รอเค้ากลับบ้านง่า T __ T รวม ๆ คือ แนะนำ ที่สุด เพราะสวยงาม ขม เจ็บ เพลิน ครบรส ยิ่งใครอินกรีกมิตโต ต้องรีบจัดด่วน ๆ เหมือนตอนนี้จะมีแปลไทยออกมาเพิ่มแล้ว เก็บกันได้เบย (อ่านแล้วอาจจะสงสารสองตัวละครหลักที่สุด แต่อีกคนที่น่าสงสารไม่แพ้กันก็คือ ฮ. สุดหล่อและลูกเมียค่ะ ดิชั้นซึม ใครยังอ่านไม่จบเตรียมกะละมังไว้ได้เลย ไว้รองน้ำตา ฮึก รักอะ) ป.ล. จะแปะรูปตัวเองร้องไห้คู่กะหนังสือก็เกรงจัยเนาะ แต่ร้องจริง จบ
หนึ่งในเซ็ตนิยายของแก้วเก้าที่เป็นฟีล ๆ retelling (is this word accurate...?) วรรณคดีไทยในตำนาน อย่างเล่มนี้ก็จะเป็นการนำเรื่อง สังข์ทอง มาเล่าใหม่ ในมุมมองใหม่ ยุคใหม่ แต่ไม่ทิ้งกลิ่นอายความแฟนตาซี สาแคน โคกกระโดน เป็นเทวดากำลังจะลงมาเกิด เทวดาแอดมินตัวเดินเรื่อง ก็ไปถามว่าจะเอาแต้มบุญไหนไปใช้กับอะไรดี ฮีดันเลือกใช้ไปกับสมอง กับสติปัญญาอย่างเดียว หน้าตาดั๊นนนนนเข้าขั้นดูไม่ได้ ก็มาลุ้นกันว่าชีวิตจะเป็นยังไง และจะเจอรักดี ๆ อย่างที่ใจสาแคนต้องการมั้ย ตัดเรื่องการ romanticize ความจน และการเหมารวมเพศหลากหลาย (เจาะจงว่าเป็นเกย์/กะเทยเลยก็ได้) ออกไป มันสนุกมากกกกกกกกกก นะ 5555555 คือวางไม่ลง มันไม่ได้ลุ้นระทึกว่า เอ๊ย จะเกิดอะไรต่อ แต่มันสนุก และมีเรื่องราวสอนใจ อาจจะติด tell มากกว่า show แต่มันก็สะท้อนให้เห็นอคติของคนในสังคมที่มีต่อหน้าตาที่ผิดแปลกไปจากขนบ (เส้า) กับเป็นการพยายามให้กำลังใจให้คนทำดี (มั้ง) เพราะพระเอก คือหนึ่งในคนที่ทำดี ก็จะได้สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตด้วย (แต่ชีวิตจริงก็อีกเรื่องเนาะ) ทั้งเพื่อน หน้าที่การงาน คนอุปถัมภ์ค้ำชู และคนรัก อีกพาร์ตที่ชอบมากคือ ฉากสวรรค์ ที่เทวดาเถียงกันต่าง ๆ รู้สึกเหมือนอยู่ในออฟฟิศ เป็นออฟฟิศสวรรค์ ตลก ครีเอถีฟดี แล้วมีฉากน่ารัก ๆ พระ-นางด้วย อย่างฉากร้องเพลง ซึ่งดันมาเป็นเพลงโปรดเราพอดี อ๊าย ฟิน ใครชอบ tie a yellow ribbon round the ole oak tree มั่ง เพลงเล่าถึงผู้ชาย ที่ไปติดซังเต และเขียนจดหมายหาคนรักว่า ถ้าความรู้สึกเธอยังเหมือนเดิม ยังรักกันอยู่ ให้ผูกริบบิ้นสีเหลืองไว้ที่รอบต้นโอ๊กหน้าบ้านที ถ้าไม่รักกันแล้ว ผมก็จะขึ้นบัสจากไป แต่ตอนจบเพลง แฟนคือผูกริบบิ้นไว้เป็นร้อย ๆ อันเลย ซึ้งมากกกกกกกกกกก และมันก็กลายมาเป็นหนึ่งในเอเลเมนต์ของเล่มนี้ด้วย แต่จะเจอริบบิ้นสีเหลืองไหม ต้องไปอ่านกันนะ 555555 หนุก ๆ อ่านไปไม่ต้องคิดไรเยอะ จริง ๆ ในซีรีส์นี้ยังมีอีกนะ พิมมาลา (อันนี้น่าอ่านมากกกกกกกกก แต่หนาเบิ้ม) ปลายเทียน กับเรือนนพเก้า เป็นการนำแรงบันดาลใจจากเรื่องดังในวรรณคดีมาเหมือนกัน ปกก็สวยระเบิดระเบ้อ ฟิน ใครชอบเล่มไหนเม้นมาเม้ามอยกันได้ อิอิ
หนังสือรวมเรื่องสั้นที่ถ่ายทอดผลกระทบจากปิตาธิปไตยในสังคม ออกมาในรูปแบบวรรณกรรมที่จิกกัด แฟนซีและทำงานทางด้านจิตใจ อ่านจนจบก็ทำให้กลับไปคิดต่อว่า หรือความเป็นจริง มนุษย์ที่ได้รับผลกระทบของปิตาธิปไตย ไม่ได้เกี่ยงว่าเป็นเพศไหน บริบทสังคมแบบไหนหรืออายุเท่าไหร่ หนังสือเล่มนี้ให้มุมมองของคนในสังคมที่มีความเทาๆ ไม่ขาวไม่ดำ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และรู้สึกเกลียดขึ้นมาในเวลาเดียวกัน กลับกัน ก็สื่อสารค่านิยมในเรื่องความเป็นผู้นำ บรรทัดฐานของผู้มีอำนาจในแต่ละระดับและอายุ ซึ่งแต่ละบท ขมวดตอนจบได้ค่อนข้างดี สมบูรณ์แบบในแบบที่ไม่เกรงใจคนอ่าน ส่วนตัวชอบกลอนในบทส่งท้ายมากกก เหมือนเป็นการสรุปเรื่องสั้นทั้งหมดที่อธิบายความเป็นปิตาธิปไตยให้จำลึกเข้าไปในใจ จนรายละเอียดบางอย่างก็ทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมขณะที่อ่านอยู่ โดยรวมเป็นหนังสือที่ดีทั้งในเชิงความอ่านง่าย อ่านติดมือ มือใหม่ที่ไม่ได้คุ้นชินกับวรรณกรรมเรื่องสั้นก็น่าจะต่อมันติด งานอาร์ตทั้งปกและรายละเอียดในเล่มก็สื่อสารไปในทิศเดียวกันกับหนังสือ (ส่วนตัวชอบมากกก) ปล. แต่ละตอนจะติด trigger warning เพราะเนื้อหาค่อนข้าง intense เลือกอ่านเฉพาะตอนที่ไหวได้ เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน
ยังไม่เคยอ่าน the housemaid ผู้โด่งดัง แต่โดดมาอ่านอันนี้ก่อนเพราะเห็นว่าจบภายในเล่มเดียว ไม่ต้องอ่านเป็น trilogy เรื่องย่อสั้น ๆ คือ ยัยบรูค เคยมีแฟนเก่า รักเอยเตยหอม ระเบิดระเบ้อ เสียวด้วย สมัยไฮสกูล ชื่อเชน แล้ว !!!!! เชน ก็ พยายามฆ่าชี ในคืนคืนหนึ่ง !!!!! (แถมยังไข่ทิ้งด้วย) จนบรูคมามีชีวิตใหม่ ที่เมืองใหม่ เป็นพยาบาลสาว ณ เรือนจำความมั่นคงสูง ชีดันได้เจอ หลัวเก่า !! เชน !! ไอค่าตะกอน !!!!! แต่... เค้าเป็นคนที่พยายามจะฆ่าเธอในวันนั้นจริง ๆ รึเปล่านะ ประมาณนี้ เรื่องก็จะดำเนินแบบ non-linear สลับอดีต-ปัจจุบัน โดยชีวิตของนางเอกก็จะมีแต่ผู้ชาย ผู้ชาย ละก็ผู้ชาย มาวอแววุ่นวายอยู่สองคน เป็นทริลเลอร์ที่แอบน่ารำคาญ เพราะตัวละครบรูค โลเล ประหลาด ๆ เชื่อคนง่าย แอบโง่ คือเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์คง traumatized จิตใจ แต่ก็นั่นแหละนะ ไม่รู้จะว่ายังไง ในแง่ของความลุ้น ความ เฮ้ย ใครฟะ เอยใด ก็ให้คะแนนสูงนะ แต่ตัวละครหลักคือน่ารำคาญเหมือนตอนดูหนังผีที่แก๊งตัวเอกโง่ ๆ เลยหละ จบ ชอบการพลิกไปพลิกมา และชอบตอนจบมาก 5555555 แบบจบเลย คิดว่าน่าจะมีคนชอบเหมือนกัน นักเขียนนี้น่าจะชอบ plot twist ถือว่าเข้าท่าใช้ได้ แค่ต้องทนกับยัยบรูค ยัยบรูค และ ยัยบรูค!!!!!!!! จบ
ลีออน-ทิฟฟี่ แชร์ห้องด้วยกัน แต่ไม่เคยพบหน้ากันเลย เพราะต่างคนต่างก็ทำงานกันคนละเวลา ลีออนเป็นบุรุษพยาบาลทำงานกะดึก ส่วนทิฟฟี่เป็นผู้ช่วย บ.ก. ทำงาน 9-5 สนทนากันผ่านโพสต์อิท ไม่คิดว่าจะได้มาป๊ะกัน แต่ก็ป๊ะกันจนได้ และความรู้สึกดี ๆ ก็เริ่มต้นขึ้น - แอบเข้าโทร้ปแบบ forced proximity ในลักษณะแปลก ๆ (เพราะแทบไม่เจอกันเลยช่วงแรก 555555) มีความน่ารัก อ่านแล้วยิ้มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แน่ใจว่าเวอร์ชันแปลไทยเป็นยังไง แต่ต้นฉบับอ่านง่าย ศัพท์ไม่ทื่อ แต่ก็ไม่เว่อวังอลังการ เนื้อเรื่องสนุก ไม่หลวมเกิน ชอบความสัมพันธ์ของตัวละคร ทั้งทิฟฟี่-เพื่อน ๆ ทิฟฟี่ ทิฟฟี่-ลีออน ลีออน-น้องชาย แต่ละคนมีปมให้แก้ และมีคนอยู่คอยช่วยแก้ เลิฟไลน์กุ๊กกิ๊กน่ารัก สไตล์ Sleepless in Seattle แต่ไม่มี micro-cheating (สำหรับเรา) เป็นรอมคอมที่ชอบที่สุดของปีนี้ตั้งแต่อ่านมา แนะนำสำหรับสายรอมคอม และคนที่อยากคลายเครียดในชีวิต ฮี่ฮี่ ป.ล. มีสร้างเป็นซีรีส์ด้วย แต่ไม่อยากดูเพราะตัวละครดูแคสต์มาไม่ตรงเลย T _ T ค่อนข้างเฟล แต่ใครดูแล้วมากระซิบ ๆ กันได้ค่ะว่าเป็นยังไง
เป็นอีกเล่มที่ชอบการเล่าเรื่องและลำดับเหตุการณ์ของอ.เคโงะเลยล่ะ เปิดเรื่องมาก็เปิดต่อมอยากรู้ทันที แล้วถึงค่อยๆ เล่าปูเรื่องมาแบบเรื้อยๆ ช่วงแรกอาจจะยังไม่ตื่นเต้น เนือยๆ หน่อย แต่พอกลางๆ เรื่องที่เริ่มเผยมาทีละนิดทีละบทไปก็เริ่มวางไม่ลง มันอยากรู้ต่อไปอีกว่าแล้วยังไงต่อ สรุปยังไง ทำให้เราอยากอ่านต่อแต่ไม่ได้ถึงขั้นตื่นเต้นเร้าใจ ฟิลแบบอยากรู้มากกว่าว่าแล้วไงต่อ ด้วยความที่ตัวเอกการดำเนินเรื่อง เขาถูกทำร้ายทำให้เสียความทรงจำไปบางส่วน ซึ่งความทนงจำนั้นมันดันเป็นอุบัติเหตุที่เขาขับรถชนผู้หญิงคนหนึ่งตุยไป! เนื้อเรื่องมันเลยชวนสงสัยไปพร้อมกับตามหาความทรงจำที่ตัวละครเขาค้างคาใจ (ผู้อ่านก็คาใจ) เลยจะค่อยๆ เผยเรื่องราวไปทีละเล็ก โดยรวมถือว่าสนุกเลย ชอบการลำดับเหตุการณ์และการเล่าเรื่อง การสอดแทรกประเด็นสังคม และปิดท้ายให้เราคบคิดว่าทำไมตัวละครในเรื่องถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งเราชอบนะ แต่ก็มีจุดที่ทำให้ชวนเอ๊ะในเรื่องความเมคเซ้นของตัวละครตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมาก แล้วการดำเนินบางช่วงทำให้รู้สึกง่วงไปบ้าง
ถึงจะบอกว่าสปอยล์แต่ก็ไม่ได้สปอยล์เนื้อหาแบบละเอียด เพียงแต่ว่าถ้าจะรีวิวแบบจริงใจคงต้องพูดถึงบริบทนิดหน่อย😓 นิยายเรื่องรักแรกเป็นนิยายรักญี่ปุ่น เคยไวรัลอยู่แปบ ๆ ในโลกออนไลน์ ก็เลยซื้อมาอ่านตามกระแสสักหน่อย ถ้าให้รีวิวแบบตรง ๆ เลยคือระหว่างเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนถึงก่อนจะจบเนี่ยรู้สึกว่ามันเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรหวือหวาก็คือเป็นนิยายรักธรรมดา มีปมให้เอะใจอะไรบ้าง ภาษาการแปลก็โอเค อ่านลื่นไม่ขัดตา แต่ว่าจุดที่มันทำให้หนังสือเล่มนี้ไวรัลเนี่ยก็คือเค้ารีวิวกันว่าตอนจบพีคมาก หักมุมสุด ๆ แต่พอเราอ่านจบคำถามแรกคือ อะไร? 5555555 เลยต้องไปหาอ่านที่คนตีความกัน สุดท้ายก็เลย โอเคถ้าจะให้มันพีคมากเนี่ยเราต้องเข้าใจบริบทแล้วก็วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น แต่พอเราอ่ะไม่ได้อยู่กับวัฒนธรรมญี่ปุ่นขนาดนั้นมันเลยทำให้สุดท้าย ตอนช่วงจบเลยแอบกร่อยไปหน่อย รู้งี้คงจะหาดูซีรีย์ญี่ปุ่นเยอะ ๆ