หมวดหนังสือ
5 กระทู้
Tender is the flesh - มนุษย์พร้อมกิน TW: ไม่รู้จะใส่อะไรดี ถ้ากลัวว่าจะมี tw อะไรบ้างแนะนำให้ข้ามไปเลย โหดแบบ 18+ ไม่เหมาะกับคนจิตอ่อน เป็นประสบการณ์การอ่านหนังสือที่อึดอัดโคตรๆ ไม่เคยต้องหยุดอ่านหนังสือเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจมาก่อน ความโหดของหนังสือเล่มนี้มันไม่ได้มาจากการบรรยายว่าคนโดนเชือดไส้ไหลเครื่องในทะลักแล้วโดนจับกินยังไง แต่มาจาก world setting ที่มีระบบการเชือด “มนุษย์“ แบบ industrial และการเลี้ยงมนุษย์ที่เป็น ปศุสัตว์แบบปศุสัตว์จริงๆ เป็นมนุษย์ที่หน้าตาเหมือนมนุษย์แต่มีจิตใจเป็นสัตว์ รวมไปถึงระบบสังคมที่การกินเนื้อมนุษย์เป็นเรื่องปกติแต่ก็ยังมีความย้อนแย้งว่า ”มนุษย์“ ประเภทไหนควรถูกกิน ในส่วนของเนื้อเรื่องที่เล่าผ่านตัวเอกที่เป็นคนเชือด ”เนื้อ“ และ ”เนื้อพิเศษ“ ก็เล่าออกมาได้ดีตามมาตรฐาน แต่อาจจะโดนกลบโดย concept ของโลกมนุษย์กินคนไปซะเยอะเลยแอบจืดๆทั้งๆที่จริงๆก็เล่าได้ดี Tldr: หนังสือดีแต่อาจจะไม่เหมาะกับคนส่วนใหญ่
เฮเลน หญิงสาวพรมจรรย์ผู้เพียบพร้อมด้วยความงามความเยาว์ ปัญญา และเกียรติยศอันได้รับการยกย่องจากราชา ผู้ที่สามารถรักษาโรคภัยให้หายขาดจากพระอาการประชวร แต่กลับถูกปฏิเสธรักจาก เบอร์ทรัม เคานต์แห่งรูซิยง เพราะด้วยชาติกำเนิดของ เฮเลน นั้นต่ำศักดิ์กว่า . แม้องค์ราชันจะบัญชาให้เบอร์ทัมเป็นสามีของเฮเลน ตามพรที่เธอได้ขอหลังจากรักษาอาการประชวร แต่เบอร์ทรัมก็ไม่อาจทำใจอยู่คู่กับนางฉันสามีภรรยาได้ เว้นเสียแต่ว่า “จะสามารถถอดแหวนออกจากนิ้วและมีลูกด้วย“ เฮเลนจึงทำทุกวิธีที่จะให้ข้อแม้นนั้นเป็นจริง . กลยุทธ์กลลวงของเฮเลนในบทละครเรื่องนี้สนุก และคาดไม่ถึงว่า Shakespeare จะนำเสนอออกมาลูกนีั แหกขนบความเป็นหญิงของยุคมากๆ เราว่าเรื่องนี้อ่านง่าย อ่านเพลิน และคิดได้หลายมิติมากทั้งความรัก การแต่งงานกับการเมือง อำนาจ พลังของผู้หญิง ความชอบธรรม ฯลฯ
ต้องจิตแข็งประมาณหนึ่งเกี่ยวกับเรื่อง S99 ค่อนข้างใช้พลังในการอ่าน เนื้อเรื่องเชื่อมกับเคสต่างๆที่ใช้บริการบริษัทนี้ ตอนท้ายๆเหมือนพยายามทำให้ตกใจเล็กน้อย แต่ภาพรวมก็ใช้ได้
วรรณกรรมไทยที่ชวนให้คนอ่านตั้งคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งเราตายไป คนที่ยังอยู่จะเป็นยังไงบ้าง ? พวกเขาจะจดจำเราในแบบไหน ? แล้วพวกเขาจะเลือกกอดเก็บตัวตนเราไว้หรือปลดปล่อยเราให้ล่องลอยไปตามควัน ? เรื่องราวของนักวาด “ลับตา” ที่เปิดเรื่องมาก็นอนหายใจรวยริน ลับตาเป็นคนเปิดนำเรื่องที่สมบูรณ์ เพราะเธอจะพาเราถอนหลังย้อนอดีตและความทรงจำมากมายพร้อมทั้งเล่าถึงคนสำคัญของเธอ ก่อนที่เธอจะหมดลมหายใจ หลังจากนั้นหนังสือจะตัดภาพมาเล่าในมุมมองบุคคลที่สำคัญกับลับตา อย่างแมว คนรัก คนที่ทำงาน และแม่ ว่าหลังรับรู้ว่าบนโลกนี้ไม่มีลับตาอีกแล้ว พวกเขาจะมีการจัดการความรู้สึกกันอย่างไรบ้าง พวกเขาจะมาทบทวนชีวิตอันโดดเดี่ยวของลับตาในมุมของพวกเขาให้คนอ่านฟัง เอาจริง ๆ มู้ดตอนอ่านส่วนตัวไม่ได้ร้องไห้โฮขนาดนั้น แต่อารมณ์จะเหม่อ ๆ อยากนั่งเงียบ ๆ คิดอะไรบางอย่าง ซึม ๆ ดิ่ง ๆ เหมือนจมอยู่ในมหาสมุทร เหงา ๆ และโดดเดี่ยว เหมือนถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม คนอ่านจะได้ฉุดคิดหรือทบทวนตัวเองร่วมไปกับตัวละครด้วย
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วประทับใจพอสมควร เลยอยากลงรีวิวเอาไว้ หมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดาย ในกระจก ผู้แต่ง Mizuki Tsujimura สำนักพิมพ์ น้ำพุ เรื่องเปิดมาด้วยตัวเอก อันไซ โคโคโระ นักเรียนมัธยมต้นปีที่ 1 เป็นตัวดำเนินเรื่อง เราจะได้รู้ว่าโคโคโระมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ไปโรงเรียนไม่ได้ และได้พบเรื่องมหัศจรรย์จากกระจกในบ้าน ที่ทำให้เธอได้ไปทำความรู้จักกับเด็กๆ อีก 6 คนที่มีปัญหาเหมือนกับเธอ เรื่องนึงที่หนังสือเรื่องนี้ทำได้ดีมากคือการแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่ซับซ้อน ผลกระทบและการตอบสนองต่อบาดแผลในจิตใจ โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ที่ยังขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะได้ค่อนข้างสมจริงและเห็นภาพ นอกจากนี้เรายังสัมผัสได้ถึงปัญหา ค่านิยมในสังคมของญี่ปุ่นผ่านเรื่องราวของเด็กๆ ในเรื่อง แต่ถึงแม้จะเล่าผ่านมุมมองของเด็กที่มีบาดแผล การดำเนินเรื่องกลับมีกลิ่นอายของความหวัง และความอบอุ่น ช่วยให้เอาใจช่วยและรู้สึกเอ็นดูเด็กๆ โดยเฉพาะกับตัวเอกของเราที่จะเห็นการเติบโตเมื่อเวลาผ่านไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากเรื่องนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่เรื่องนี้ยังมีปริศนาให้คิดตาม แม้จะไม่ได้ยากมาก แต่ตอนเฉลยนั้นถือว่าทำได้ดีและน่าตื่นเต้น มีการขมวดปมในตอนจบที่ทำให้รู้สึกว้าวและปลื้มปริ่มใจ ข้อติสำหรับเรื่องนี้คือเนื่องจากจบปลายเปิด และไม่ได้ให้ความสำคัญกับปริศนามากนัก ทำให้มีช่องว่างและพล็อตบางส่วนถูกทิ้งไป ส่วนนี้ทำให้รู้สึกเหมือนยังมีเรื่องคาใจอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังทิ้งความประทับใจและอบอุ่นไว้ในใจของผู้อ่านได้ นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังได้รับการทำเป็นอนิเมชั่น โดยมีฉายอยู่ในเน็ตฟลิกของประเทศไทยอีกด้วย